<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวจริง ประเทศไทย]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/index/id/39</link>
<atom:link href="https://pscd.prd.go.th/th/content/category/index/id/39" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้ายกระดับสิทธิประโยชน์ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในระบบบัตรทอง 30 บาท หนุนประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพครบวงจร ]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/512370</link>
<guid isPermaLink="false">c03c556d52c1ccbddbcc108e5fb206bd</guid>
<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 10:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/15-06-69/บัตรทอง.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมุ่งดูแลประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งพัฒนาสิทธิประโยชน์บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดสรรงบประมาณรองรับ โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นจากปี 2568 จาก 31.9 บาทต่อประชากร เป็น 63.24 บาทต่อประชากร&nbsp;</p>

<p><strong>นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ปัจจุบันการให้บริการการแพทย์แผนไทยในระบบบัตรทอง</strong>&nbsp;เป็นไปตาม &ldquo;ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข กรณีบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2568&rdquo; ซึ่งกำหนดสิทธิประโยชน์ไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างเหมาะสมและมีมาตรฐาน ทั้งนี้ ในส่วนบริการการแพทย์แผนไทย ครอบคลุมบริการนวดไทย บริการประคบ บริการนวดและประคบ บริการอบสมุนไพร บริการพอกเข่า การฟื้นฟูสมรรถภาพมารดาหลังคลอด และการใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ขณะที่บริการการแพทย์ทางเลือก ครอบคลุมบริการฝังเข็ม หรือฝังเข็มร่วมกับการกระตุ้นไฟฟ้า สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ นอกจากนี้ภายใต้สิทธิประโยชน์ยังมีบริการฟื้นฟูสมรรถภาพมารดาหลังคลอด ซึ่งจะให้บริการตามแนวเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทย เพื่อช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวของร่างกายมารดาหลังคลอด ลดอาการอ่อนล้า และช่วยให้กลับมามีสุขภาวะที่สมบูรณ์ได้เร็วขึ้น</p>

<p><strong>นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า&nbsp; &ldquo;บริการแพทย์แผนไทยภายใต้ระบบบัตรทอง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มทางเลือกในการรักษา</strong>&nbsp;แต่เป็นการผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับระบบบริการสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ครอบคลุมทั้งการรักษา การฟื้นฟู และการส่งเสริมสุขภาพอย่างเหมาะสม ทั้ง ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ประสงค์เข้ารับบริการ สามารถติดต่อหน่วยบริการประจำตามสิทธิ หรือหน่วยบริการในระบบ สปสช. ที่ให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อรับการประเมินและเข้าสู่กระบวนการรักษาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ต่อไป โดยในปีงบประมาณ 2568 มีประชาชนเข้ารับบริการจำนวน 4.05 ล้านครั้ง ส่วนบริการใช้ยาสมุนไพรจะเป็นไปตามข้อบ่งใช้ของบัญชียาหลักแห่งชาติ และอยู่ภายใต้การพิจารณาของผู้ประกอบวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาการ มีจำนวนรับบริการ 13.20 ล้านครั้ง&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/2026061562d91a7cc1d0db79e322d6b6ae92d005102847.jpg' type='image/jpg' length='98843' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หน่วยงานภาครัฐร่วมเตรียมพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ อย่างสมพระเกียรติ พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/512377</link>
<guid isPermaLink="false">d6949f88aeb66957c13ee2d7f0e530a7</guid>
<pubDate>Sun, 14 Jun 2026 15:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/15-06-69/206859_1024x1024.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="color:#000000;"><strong>นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการเตรียมความพร้อมของทุกหน่วยงานในสังกัดให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ถูกต้องตามโบราณราชประเพณีและสมพระเกียรติ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้เตรียมจัดตั้งศูนย์อำนวยการและคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านพระราชพิธีฯ ครอบคลุมทั้งด้านพิธีการ งานศาสนา การจัดทำองค์ความรู้ จดหมายเหตุ สื่อเทิดพระเกียรติ การประสานเครือข่ายวัฒนธรรมทั่วประเทศ รวมทั้งการดูแลความเหมาะสมของกิจกรรมภาครัฐในช่วงเวลาของการแสดงความอาลัย ทั้งนี้ จะประสานการดำเนินงานร่วมกับสำนักพระราชวัง สำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยงานในสังกัดและเครือข่ายทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ เพื่อให้การจัดกิจกรรมทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีต่างๆ เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับช่วงเวลาแห่งการแสดงความอาลัย</span></p>

<p><span style="color:#000000;"><strong>ด้านนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร</strong>&nbsp;กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่และรวบรวมข้อมูล นับจากสำนักพระราชวังประกาศการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเหตุการณ์สำคัญตามลำดับ จัดทำจดหมายเหตุแห่งชาติ และหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ โดยจัดส่งนักจดหมายเหตุ ช่างภาพ อาสาสมัคร ร่วมบันทึกเหตุการณ์ ตั้งแต่มีการประกาศสำนักพระราชวังเรื่องการสิ้นพระชนม์ ขบวนเชิญพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพิมานรัตยาในพระบรมมหาราชวัง และพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ไปจนถึงพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ รวมทั้งรวบรวมข่าวและภาพจากสื่อมวลชนหลากหลายแขนง ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และเตรียมความพร้อมดำเนินการจัดสร้างพระเมรุ และอาคารประกอบในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ โดยกรมศิลปากรพร้อมดำเนินการตามโบราณราชประเพณีอย่างสมพระเกียรติและสะท้อนพระราชจริยวัตรอันงดงาม ซึ่งการออกแบบและการดำเนินงานต่างๆ จะได้นำขึ้นกราบบังคมทูล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถวายรายงานต่อองค์ที่ปรึกษาเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยต่อไป</span></p>

<p><span style="color:#000000;"><strong>ส่วนการอำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าร่วมถวายสักการะพระศพ</strong>&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เริ่มตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 &ndash; 16.00 น. และเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 &ndash; 21.00 น. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดเตรียมการให้บริการดังนี้</span></p>

<p><span style="color:#000000;">บริการ Shuttle Bus (ให้บริการฟรี) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่</span></p>

<p><span style="color:#000000;">M1 : สถานีท่าพระ &ndash; สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">M2 : สถานีสนามไชย &ndash; สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">M7 : อนุสาวรีย์ชัยฯ (ฝั่งพญาไท) &ndash; สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">M8 : สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ &ndash; สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">M9 : สถานีขนส่งฯ (สายใต้ใหม่) &ndash; สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">M16 : ประตูเทวาภิรมย์ &ndash; สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 08.00 น. คันสุดท้าย 22.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">เส้นทางรถเมล์ ขสมก. ผ่านสนามหลวง จำนวน 18 เส้นทาง (เวลาให้บริการ 05.00 &ndash; 22.00 น.) ได้แก่</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 3 (2-37) : สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) &ndash; สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 15 (4-2) : วงกลม : สถานีรถไฟฟ้าตลาดพลู &ndash; สยาม</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 25E (3-7E) : แพรกษา &ndash; ท่าช้าง (ทางด่วน)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 32 (2-5) : ท่าเรือปากเกร็ด &ndash; วัดโพธิ์</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 47 (3-41) : ท่าเรือคลองเตย &ndash; สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 53 (2-9) : วงกลม : สนามหลวง &ndash; เทเวศร์</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 59 (1-8) : รังสิต &ndash; สนามหลวง</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 60 (1-38) : สวนสยาม &ndash; สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 70 (2-14) : ประชานิเวศน์ 3 &ndash; สนามหลวง</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 80 (4-43) : วัดศรีนวลธรรมวิมล &ndash; สนามหลวง</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 91 : หมู่บ้านเศรษฐกิจ &ndash; สนามหลวง</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 91ก : วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี &ndash; สนามหลวง</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 501 (1-53) : หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง &ndash; ท่าช้าง</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย A4 : ท่าอากาศยานดอนเมือง &ndash; สนามหลวง (ทางด่วน)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย S1 : ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ &ndash; สนามหลวง (ทางด่วน)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 1-7E : รังสิต &ndash; สนามหลวง (ทางด่วน)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 1-80E : สวนสยาม &ndash; สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย (ทางด่วน)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">สาย 2-32E : ประชานิเวศน์ 3 &ndash; สนามหลวง (ทางด่วน)</span></p>

<p><span style="color:#000000;"><strong>ขณะที่กรมเจ้าท่า</strong>&nbsp;จัดเรือตรวจการณ์ ให้บริการ รับ &ndash; ส่งประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยให้บริการในเส้นทางพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา 3 เส้นทาง รับที่ท่าเรือวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร และท่าเรือวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร นำส่งท่าเรือท่าช้าง ระหว่างวันที่ 14 &ndash; 27 มิถุนายน 2569 โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 14.00 น. จนกว่าจะแล้วเสร็จภารกิจ</span></p>

<p><span style="color:#000000;"><strong>บริษัท ขนส่ง จำกัด</strong>&nbsp;(BKS) เตรียม 4 แนวทางอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางถวายสักการะพระศพ ดังนี้</span></p>

<p><span style="color:#000000;">1. จัดเตรียมรถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) ให้บริการเที่ยวไป &ndash; กลับ เฉลี่ยวันละ 5,000 &ndash; 6,000 เที่ยววิ่ง เพื่อรองรับประชาชนในการเดินทางไป &ndash; กลับ เฉลี่ยวันละ 80,000 &ndash; 90,000 คน รวมทั้งเตรียมเพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสารของบริษัทฯ และรถร่วมบริการ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยเน้นความปลอดภัย ความสะดวก และตรงต่อเวลา รวมถึงกำชับให้รถโดยสารที่กำกับดูแล เข้าจอดส่งผู้โดยสารสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อเชื่อมต่อกับรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถไฟฟ้า</span></p>

<p><span style="color:#000000;">2. จัดเจ้าหน้าที่ประจำทุกสถานีขนส่งฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และให้ข้อมูลแก่ผู้โดยสารตลอดช่วงเวลาการเดินทาง</span></p>

<p><span style="color:#000000;">3. ประชาชนที่เช่าเหมารถโดยสารไม่ประจำทาง (ทะเบียน 30) สามารถใช้พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 (ขาเข้า) เป็นจุดจอดรถ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถรองรับรถได้ประมาณ 20 คันต่อวัน เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับรถโดยสารของ ขสมก. และรถเมล์ไฟฟ้าของบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด (TSB)</span></p>

<p><span style="color:#000000;">4. อำนวยความสะดวกด้านการจอดรถยนต์ส่วนบุคคล ประชาชนสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจอดได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 สถานีขนส่งฯ บรมราชชนนี และสถานีขนส่งฯ เอกมัย</span></p>

<p><span style="color:#000000;"><strong>ทางด้านกรมการขนส่งทางราง</strong>&nbsp;ประสานผู้ให้บริการระบบรางทุกเส้นทาง เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนให้เพียงพอ สะดวก และปลอดภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามการดำเนินงานตามแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งประสานผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าทุกเส้นทางให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ผู้โดยสารผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้บริการหนาแน่น หากพบว่ามีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้น ให้พิจารณาจัดเดินรถไฟฟ้าเสริม หรือเพิ่มความถี่ในการให้บริการ นอกจากนี้ ได้ขอให้ผู้ให้บริการเพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำจุดจำหน่ายบัตรและเหรียญโดยสาร จัดเตรียมเครื่อง Tablet เพิ่มเติม เพื่อรองรับการสแกน QR Code กรณีประชาชนใช้สิทธิ์ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; ในการซื้อบัตรหรือเหรียญโดยสาร ณ เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารของระบบรถไฟฟ้า กรณีเกิดเหตุรถไฟฟ้าขัดข้อง ได้กำชับให้ผู้ให้บริการเร่งประสานงานและแก้ไขปัญหาโดยเร็ว และให้ระบบสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ในส่วนของรถไฟทางไกลได้ประสานการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้พิจารณาพ่วงตู้โดยสาร&nbsp;เพิ่ม 1&ndash;2 ตู้ไปกับขบวนรถปกติ และพิจารณาพ่วงตู้เพิ่มเติมในขบวนที่มีประชาชนใช้บริการหนาแน่น นอกจากนี้ ยังได้จัดให้บริการที่จอดรถฟรี ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/202606154416da44c390c5b18177cc69867f3163104055.jpg' type='image/jpg' length='90051' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในวันนี้]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/511785</link>
<guid isPermaLink="false">02447c2f4f41bd27e15c22c6a4352120</guid>
<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 10:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/12-06-69/000_012_002.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>กรุงเทพฯ รายงานสถานการณ์อากาศประจำวันที่ 12 มิถุนายน 2569</strong>&nbsp;ระบุว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 34&ndash;36 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 25&ndash;27 องศาเซลเซียส</p>

<p><strong>พื้นที่ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;</strong>ได้แก่ เขตพระนคร หนองจอก บางรัก บางกะปิ ปทุมวัน พระโขนง ลาดกระบัง ยานนาวา สัมพันธวงศ์ ห้วยขวาง คลองสาน สาทร บางคอแหลม ประเวศ คลองเตย สวนหลวง ราชเทวี วัฒนา และสะพานสูง จึงขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า</p>

<p><strong>ด้านคุณภาพอากาศ ค่าเฉลี่ย PM2.5</strong>&nbsp;ของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 12.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีแนวโน้มลดลง และคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง</p>

<p><strong>สำหรับสถานการณ์ฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ณ เวลา 07.00 น.</strong>&nbsp;กรุงเทพฯ มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยจุดที่มีปริมาณฝนสูงสุดอยู่ที่ประตูระบายน้ำคลองสามวา เขตคลองสามวา วัดได้ 22.0 มิลลิเมตร และไม่พบรายงานจุดเร่งการระบายน้ำในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ</p>

<p><strong>ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า</strong>&nbsp;ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง และหากพบปัญหาน้ำท่วมขังสามารถแจ้งผ่าน Traffy Fondue หรือสายด่วนกรุงเทพมหานคร 1555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/202606121cbd2407f93267a2af19f3c4f59cafe7132039.jpg' type='image/jpg' length='113381' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ประกาศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/511779</link>
<guid isPermaLink="false">c4ae41317fbbcdd47f208fc9986d389a</guid>
<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 10:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/12-06-69/องศภา.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา</strong>&nbsp;ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น</p>

<p><strong>ตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙&nbsp;</strong>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ</p>

<p><strong>จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙</strong>&nbsp;เวลา ๑๙ นาฬิกา ๔๘ นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ ๔๗</p>

<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp;มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง</p>

<p>สำนักพระราชวัง</p>

<p>๑๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/20260612bbb1cd6abb98c6684efa54ab40942a28131722.jpg' type='image/jpg' length='81914' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลกำชับกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์โรคอีโบลาอย่างใกล้ชิด ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/504970</link>
<guid isPermaLink="false">d14351cb1e9503d3d6dee41aea414708</guid>
<pubDate>Wed, 20 May 2026 11:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/20-05-69/0000_020_0014.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า ภายหลังองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้การระบาดของโรค &ldquo;อีโบลา&rdquo; (Ebola) ในจังหวัดอิตูริ ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ รัฐบาลได้กำชับกระทรวงสาธารณสุขให้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</p>

<p><strong>โรคอีโบลาเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง</strong>&nbsp;ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น เลือด น้ำลาย อาเจียน อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งอื่น ๆ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง</p>

<p><strong>ทั้งนี้ การแพร่เชื้อส่วนใหญ่มักเกิดในกลุ่มบุคคลใกล้ชิด</strong>&nbsp;เช่น สมาชิกในครอบครัว บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยและศพผู้เสียชีวิต โดยโรคดังกล่าวไม่ได้แพร่กระจายง่ายทางอากาศเหมือนโรคหัดหรือโรคโควิด-19</p>

<p><strong>ปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคอีโบลา</strong>&nbsp;ขณะที่อาการเริ่มต้นของโรคอาจคล้ายไข้ทั่วไป ได้แก่ ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน และในบางรายอาจมีเลือดออกผิดปกติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจทำให้อาการรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูง</p>

<p><strong>อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของโรคที่ผู้ติดเชื้อมักมีอาการชัดเจน</strong>&nbsp;ทำให้สามารถติดตามผู้สัมผัส แยกกัก และควบคุมโรคได้ง่ายกว่าโรคติดเชื้อทางอากาศบางชนิด</p>

<p><strong>รัฐบาลได้กำชับกระทรวงสาธารณสุขประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการดูแลรักษา ระบบห้องแยกโรค อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ เพื่อรองรับกรณีพบผู้ป่วยสงสัยในอนาคต</p>

<p><strong>พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนก และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/20260520805572870c9d11f0df2ba59be5c17314162705.jpg' type='image/jpg' length='133665' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมทรัพยากรธรณีประกาศเฝ้าระวังแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 14 จังหวัด ระหว่างวันที่ 20–22 พฤษภาคมนี้]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/504967</link>
<guid isPermaLink="false">6beb10a2a320dc7a355f50175ef704c5</guid>
<pubDate>Wed, 20 May 2026 10:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/20-05-69/0000_020_0010.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;แจ้งเตือนให้อาสาสมัครเครือข่ายในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังสถานการณ์แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 20&ndash;22 พฤษภาคม 2569 หลังหลายพื้นที่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง</p>

<p><strong>พื้นที่เฝ้าระวังครอบคลุม 14 จังหวัด</strong>&nbsp;ได้แก่ อุตรดิตถ์ เชียงราย ตาก น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต</p>

<p><strong>ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีขอให้เครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังภัย</strong>&nbsp;ดำเนินการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเฝ้าระวัง</p>

<p><strong>ข้อแนะนำ</strong><br />
&ndash; ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักมากกว่า 100 มม./24 ชั่วโมง &ndash; พื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมถึง ควรเก็บข้าวของ/สัตว์/สิ่งของต่างๆ ขนย้ายขึ้นที่สูง หรือที่ปลอดภัย<br />
&ndash; สังเกตสิ่งบอกเหตุต่างๆ เช่น สีของน้ำขุ่นข้น มีเศษซากไม้ลอยตามน้ำมา ฯลฯ<br />
&ndash; หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามทางน้ำ/เดินลัดลำน้ำ หรือลงน้ำหาปลา/สัตว์น้ำอื่นๆ<br />
&ndash; ควรจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง<br />
&ndash; มีการแจ้งเตือนภัยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และท้ายน้ำ &ndash; เตรียมไฟฉายหรืออุปกรณ์ส่องสว่างไว้ให้พร้อม &ndash; ตื่นตัวและเตรียมพร้อมไปยังจุดปลอดภัยอยู่เสมอ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/202605209a264513d1394c1e68afdca544e476f9162440.jpg' type='image/jpg' length='121231' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“อัครนันท์” เผย ครม. เห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา คืนอำนาจบริหารงานให้คุรุสภา]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/502528</link>
<guid isPermaLink="false">8397eff885e18bf7997fc7220fd5030c</guid>
<pubDate>Tue, 12 May 2026 16:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/12-05-69/000_012_0017.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบวาระสำคัญด้านการศึกษา 2 เรื่อง ได้แก่ การเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &hellip; ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 โดยปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ และคณะกรรมการสวัสดิการครู เพื่อคืนความเป็นอิสระในการบริหารงานให้แก่สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา</p>

<p><strong>นอกจากนี้ยังเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมืองของกระทรวงศึกษาธิการ 4 ราย</strong>&nbsp;ได้แก่ นายวัลลภ รุจิรากร เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายภาควัต ศรีสุรพล เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยงานนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</p>

<p><strong>การแต่งตั้งมุ่งเสริมความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนนโยบาย</strong>&nbsp;การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ และการสื่อสารกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้มีเอกภาพมากยิ่งขึ้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/2026051216621755cf575e9254bf6b44fb48dd2e161252.jpg' type='image/jpg' length='81215' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ฝนมา กทม. พร้อม ล้างท่อ ลอกคลอง ติดตั้งเครื่องสูบ รับมือฤดูฝน 2569]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/502504</link>
<guid isPermaLink="false">4c0fabab07a2aeb3a183f9f69baa528c</guid>
<pubDate>Tue, 12 May 2026 15:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/12-05-69/000_012_0016.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>เมื่อสัญญาณฤดูฝนเริ่มใกล้เข้ามา</strong>&nbsp;สิ่งที่หลายคนกังวลคงหนีไม่พ้น &ldquo;น้ำท่วมขัง&rdquo; ตามจุดต่างๆ ของเมือง แต่ปี 2569 นี้ กรุงเทพมหานครไม่ได้รอให้สถานการณ์เกิดแล้วค่อยแก้ แต่ได้ &ldquo;วางแผนล่วงหน้า&rdquo; และเตรียมพร้อมแบบยกเครื่องทั้งระบบ</p>

<p><strong>ภาพรวมการรับมือฝนปีนี้</strong>&nbsp;กทม. ขยับพร้อมกัน 3 แกนหลัก ทั้ง &ldquo;ท่อระบายน้ำ&rdquo; &ldquo;คูคลอง&rdquo; และ &ldquo;เครื่องสูบน้ำ&ndash;เครื่องผลักดันน้ำ&rdquo; ที่ช่วยเร่งระบายน้ำในจุดเสี่ยง</p>

<p><strong>เริ่มจากท่อระบายน้ำ ที่ล้างไปแล้วกว่า&nbsp;</strong><strong>2,980 กิโลเมตร</strong>&nbsp;หรือประมาณ 78% ของแผนทั้งปี เหลือเพียงช่วงสุดท้ายที่กำลังเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้ระบบพร้อมรับฝนได้เต็มประสิทธิภาพ</p>

<p><strong>ถัดมาที่คูคลอง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของน้ำ</strong>&nbsp;ขุดลอกไปแล้วกว่า 65% และการเปิดทางน้ำไหลทำได้มากกว่า 91% หลายคลองสำคัญเคลียร์เสร็จแล้ว ทำให้น้ำสามารถไหลได้สะดวก ลดจุดติดขัดที่เคยเป็นปัญหาซ้ำซาก</p>

<p><strong>ส่วนเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นกำลังเสริมในสถานการณ์เร่งด่วน ปีนี้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำครบ 100% แล้วถึง 566 จุดทั่วเมือง ขณะที่การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและการกระจายเครื่องสูบไปยังสำนักงานเขตก็ใกล้แล้วเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในพฤษภาคม&ndash;มิถุนายนนี้ พร้อมกันนี้ ได้จัดเตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่เร็ว (Mobile Unit) จำนวน 12 คัน เพื่อรองรับสถานการณ์</p>

<p><strong>ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า</strong>&nbsp;กทม. ไม่ได้แค่ &ldquo;เตรียมพร้อม&rdquo; แต่กำลังยกระดับระบบระบายน้ำให้รับมือฝนได้ดีขึ้นในทุกมิติ</p>

<p><strong>จับตา&nbsp;</strong><strong>&ldquo;Rain Bomb&rdquo; ฝนหนักระยะสั้น</strong>&nbsp;ความท้าทายใหม่ของเมือง</p>

<p><strong>นอกจากแผนงานปกติ ปีนี้</strong>&nbsp;กทม. ยังให้ความสำคัญกับสถานการณ์ฝนสุดขั้ว หรือ &ldquo;Rain Bomb&rdquo; ที่มีแนวโน้มเกิดถี่มากขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีการจำลองสถานการณ์ (Scenario) โดยตั้งสมมติฐานฝนตกหนักถึง 300 มิลลิเมตร ภายใน 3 ชั่วโมง และวิเคราะห์ผลกระทบครอบคลุมทุกเขตของกรุงเทพมหานคร ผลการวิเคราะห์พบว่า หากเกิดสถานการณ์ลักษณะนี้ อาจมีบางจุดของเมืองที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังในระยะสั้น</p>

<p><strong>ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;&ldquo;เตรียมแผนรับมือ Rain Bomb&rdquo; อย่างจริงจัง ทั้งการจัดกำลังเครื่องสูบ การเฝ้าระวังจุดเสี่ยง และการบริหารจัดการน้ำแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ</p>

<p><strong>เมืองจะพร้อมแค่ไหน&hellip;ก็ต้องมี &ldquo;คนเมือง&rdquo; ช่วยกัน</strong>&nbsp;แม้ระบบจะถูกเตรียมไว้อย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้จริง ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนด้วย เพียงช่วยกันไม่ทิ้งขยะลงท่อหรือคลอง ไม่กีดขวางทางน้ำ และแจ้งเหตุเมื่อพบปัญหา ก็จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมได้อย่างมาก เพราะ &ldquo;จุดอุดตันเล็ก ๆ&rdquo; อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในช่วงฝนหนัก</p>

<p><strong>ฤดูฝนปีนี้ กรุงเทพฯ</strong>&nbsp;จึงไม่ได้แค่ &ldquo;ตั้งรับ&rdquo; แต่กำลัง &ldquo;รับมืออย่างเข้าใจ&rdquo; ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์สุดขั้ว และถ้าทุกคนช่วยกัน เมืองนี้ก็จะผ่านฤดูฝนไปได้อย่างมั่นคง ปลอดภัยและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/202605122f81a1021d5b9e38a457ae1431bae9a3155040.jpg' type='image/jpg' length='144570' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมเปิดให้บริการขบวนรถเร็วที่ 173 และ 174 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ – นครศรีธรรมราช]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/502499</link>
<guid isPermaLink="false">39a4a129215361b701436f8d19af3e30</guid>
<pubDate>Tue, 12 May 2026 15:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/12-05-69/000_012_0015.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งเปิดให้บริการขบวนรถเร็วเส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ &ndash; นครศรีธรรมราช &ndash; กรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป การกลับมาเปิดเดินรถในเส้นทางนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดสำคัญในภาคใต้ ช่วยลดความแออัดในการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด และยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้</p>

<p>ตารางการเดินรถ ขบวนรถเร็วที่ 173 ออกจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เวลา 20.10 น. และถึงสถานีนครศรีธรรมราช เวลา 10.20 น. ของวันถัดไป ส่วนขบวนรถเร็วที่ 174 ออกจากสถานีนครศรีธรรมราช เวลา 16.30 น. และถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เวลา 06.45 น. ของวันถัดไป</p>

<p>รฟท.จะเริ่มเปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารพร้อมกันทุกช่องทาง ตั้งแต่วันนี้ (12 พฤษภาคม 2569) เป็นต้นไป ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบเวลาเดินรถและติดตามตำแหน่งขบวนรถแบบเรียลไทม์ได้ที่ระบบติดตามขบวนรถของทางการรถไฟฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/202605125f85f2e1ea62cf8b504333f5de9bbcc0153810.jpg' type='image/jpg' length='152752' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เอกนิติ ยืนยัน พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรับมือวิกฤตปากท้องประชาชน]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/502494</link>
<guid isPermaLink="false">97b61852600c97003f046352ba25a940</guid>
<pubDate>Tue, 12 May 2026 14:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/12-05-69/000_012_0013.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ โดยยืนยันว่า การออก พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าว เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องของ &ldquo;วิกฤตปากท้องประชาชน&rdquo; และรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน สำหรับการเปรียบเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจในอดีตนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความแตกต่างจากวิกฤตปี 2540 หรือวิกฤตต้มยำกุ้งอย่างสิ้นเชิง เพราะในครั้งนั้นเป็นวิกฤตเรื่องค่าเงินและสถาบันการเงินล้ม แต่ในครั้งนี้เป็นวิกฤตเรื่องค่าครองชีพและปากท้องประชาชน ที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนและหากไม่เร่งดำเนินการตั้งแต่วันนี้ วิกฤตจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบมาอีกหลายระลอก ตั้งแต่วิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น จนอาจกระทบต่อการจ้างงานและธุรกิจรายย่อยที่ไม่สามารถประคองตัวได้</p>

<p><strong>นายเอกนิติ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;วัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.กู้เงิน400,000 ล้านบาท คือเพื่อสำหรับการเยียวยาและการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ประชาชนกลับมาเข้มแข็งขึ้นหลังพ้นวิกฤต โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ทั้งนี้ เนื่องจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลก็พร้อมเดินหน้าทำงานต่อทันที เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเดือดร้อนไปมากกว่านี้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/202605128fbe615614d90151f034bc43d6d0ba70153458.jpg' type='image/jpg' length='79012' />
</item>
</channel>
</rss>
