<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวจริง ประเทศไทย]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/index/id/39</link>
<atom:link href="https://pscd.prd.go.th/th/content/category/index/id/39" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ย้ำโซลาร์ภาคประชาชนไม่เอื้อทุนใหญ่ ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน ลดพึ่งพาพลังงานนำเข้า พร้อมลดภาษี E20–B20 ช่วยเกษตรกร–ลดต้นทุนพลังงาน พร้อมเร่งปลดล็อกอุปสรรคการลงทุน ควบคู่กับการสร้างงานและพัฒนาคน ยกระดับศักยภาพไทย]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/556222</link>
<guid isPermaLink="false">4cdc1ef7496cdc036da061d104e3a8b2</guid>
<pubDate>Sat, 31 Oct 2026 12:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/31-10-69/โซล่า_1024x1024.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวในรายการ</strong> &ldquo;คุยกับนายกฯ อนุทิน&rdquo; ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของรัฐบาลว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าจากหลังคาบ้านเพื่อใช้เอง และนำไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการใช้งานส่งกลับเข้าสู่ระบบเพื่อสร้างรายได้</p>

<p><strong>นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการล็อกสเปกและเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ว่า</strong> <strong>Vendor List</strong> มีผู้ประกอบการเป็นร้อยราย และประชาชนเป็นผู้เลือกผู้ติดตั้งได้เอง โดยยืนยันว่าไม่มีการล็อกสเปกหรือเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง ส่วนการกำหนดให้มีหลักประกันหรือ Bank Guarantee เป็นหลักประกันให้ประชาชน นอกจากนี้ยังระบุถึงการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 ว่า ประเทศไทยยังมีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งการทำนา ทำไร่ ทำสวน การหว่านปุ๋ย และการลำเลียงผลผลิต จำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลเป็นพลังงาน โดยเกษตรกรสามารถใช้ B20 ซึ่งสามารถใช้กับเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตรและการขนส่งได้ ขณะที่ E20 สามารถใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินได้ แต่ประชาชนยังไม่คุ้นเคยกับการใช้งาน กระทรวงพลังงานจึงต้องส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจและหันมาใช้มากขึ้น ทั้งนี้ การส่งเสริมการใช้ B20 จะช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์ม และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยประชาชนยังสามารถเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้</p>

<p><strong>การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างประเทศว่าได้ให้ความสำคัญกับการพบปะหารือผู้ประกอบการและนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง</strong> เพื่อรับฟังความคิดเห็น ความต้องการ โดยสอบถามถึงปัจจัยที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเข้ามาลงทุนหรือขยายกำลังการผลิตในประเทศไทย จากการหารือนักลงทุนสะท้อนตรงกันว่าประเทศไทยมีจุดแข็งด้านโลจิสติกส์ รวมถึงมีศักยภาพในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และมีบุคลากรที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะเพื่อรองรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศได้ พร้อมทั้งระบุว่า การส่งเสริมการลงทุนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐ โดยนักลงทุนได้สะท้อนข้อจำกัดบางประการ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความจำเป็นของโครงการลงทุนบางประเภท รัฐบาลจึงต้องเร่งพิจารณาทบทวนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่และลักษณะโครงการเพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัวมากขึ้นภายใต้กรอบของกฎหมาย</p>

<p><strong>นักลงทุนต่างชาติไม่ได้มองแรงงานไทยเพียงในแง่ต้นทุนค่าแรง</strong> แต่เห็นถึงศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะพื้นฐานด้านการศึกษา ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นแรงงานทักษะสูงได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการเพิ่มทักษะ และพัฒนาทักษะใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่</p>

<p><strong>นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องวางโครงสร้างต่าง ๆ ให้ดีขึ้น</strong> เพื่อรองรับโอกาสด้านอาหาร โดยเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินใช้ มีเงินออม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมระบุว่าการนำวาระแห่งชาติด้านการเกษตรไปหารือและเปิดตัวนโยบายในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากจังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปีนี้ราคาข้าวและผลผลิตทางการเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี ประเทศไทยจึงควรนำเสนอความเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหาร โอกาสนี้ นายกฯ ยังเชิญชวนประชาชนให้ความสนใจมหกรรมพืชสวนโลกที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยระบุว่าเป็นมหกรรมที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ เป็นเวทีแลกเปลี่ยน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/20261031db99b60ec75c531b3c976386c579ca2b162208.jpg' type='image/jpg' length='183566' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ. เดินหน้าเชื่อมโยงข้อมูลวัคซีนทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมรองรับประกาศกระทรวงฯ สร้างความมั่นใจการใช้ข้อมูลตามหลัก PDPA]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/556218</link>
<guid isPermaLink="false">bba9440a05894a00c519b781192c00b0</guid>
<pubDate>Sat, 31 Oct 2026 10:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/31-10-69/สธ_1_1024x1024.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>กระทรวงสาธารณสุขหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong> วางแนวทางเชื่อมโยงข้อมูลการได้รับวัคซีนของประชาชนจากหน่วยบริการทุกสังกัด พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและข้อกังวลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มุ่งให้ประชาชนได้รับวัคซีนครบถ้วน ติดตามประวัติได้ต่อเนื่อง และใช้ข้อมูลป้องกันควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<p><strong>นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า</strong> ได้รับมอบหมายจากนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้จัดประชุมหารือแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลการให้บริการวัคซีนของหน่วยบริการ ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผ่านระบบออนไลน์ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาระบบข้อมูลวัคซีนของประเทศ พร้อมเตรียมการรองรับประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้เห็นชอบร่างประกาศฯ ในการประชุมครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569</p>

<p><strong>การดำเนินงานครั้งนี้ต่อยอดจากมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568</strong> ที่เห็นชอบแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยบริการภาครัฐทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายและการรายงานที่ยังไม่ครอบคลุม ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการติดตามการได้รับวัคซีนและการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่</p>

<p><strong>สาระสำคัญของการหารือครอบคลุมการกำหนดช่องทางรับส่งข้อมูลให้เหมาะสมกับความพร้อมของหน่วยบริการ</strong> การจัดทำมาตรฐานชุดข้อมูลร่วมกัน และการกำหนดบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีช่องทางที่เสนอให้ใช้เชื่อมโยงข้อมูล ได้แก่ MOPH PHR หมอพร้อม Station และ DDS&ndash;Vaccine Portal รวมถึงช่องทางอื่นที่กรมควบคุมโรคกำหนด เพื่อให้หน่วยบริการสามารถส่งข้อมูลได้สะดวก ลดภาระการบันทึกซ้ำ และยกระดับความครบถ้วน ถูกต้อง และทันเวลาของข้อมูล</p>

<p><strong>การประชุมยังเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น ข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน และข้อกังวลของหน่วยบริการ</strong> โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลวัคซีนรายบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA โดยมี ผศ.ดร.นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ขอบเขต และความรับผิดชอบในการใช้ข้อมูล ตลอดจนเสริมความมั่นใจแก่หน่วยบริการในการเชื่อมโยงข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมาย</p>

<p><strong>การหารือให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล</strong> โดยใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ กำหนดสิทธิการเข้าถึงตามบทบาทหน้าที่ และจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม พร้อมนำข้อเสนอแนะไปพัฒนาแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้หน่วยบริการดำเนินงานได้อย่างมั่นใจและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าข้อมูลของตนจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เป้าหมายสำคัญคือให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและกลุ่มเป้าหมายของแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้รับวัคซีนครบถ้วนและเหมาะสมตามเกณฑ์ มีข้อมูลประวัติวัคซีนที่ต่อเนื่องแม้รับบริการต่างสถานพยาบาล ขณะเดียวกัน หน่วยงานสาธารณสุขสามารถใช้ข้อมูลติดตามผู้ที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ ประเมินความครอบคลุม ระบุพื้นที่เสี่ยง และวางแผนจัดสรรวัคซีนได้ตรงกับความต้องการ เพื่อเสริมความเข้มแข็งในการป้องกันโรคของประเทศ พร้อมคุ้มครองสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/20261031f0d3bf6081b692f0182a02f758ec01e8161243.jpg' type='image/jpg' length='56227' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมช.มหาดไทย ชี้แจงงบเยียวยาน้ำท่วม กทม. เป็นไปตามกรอบหน้าที่ ย้ำ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนส่วนที่เหลือ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/554834</link>
<guid isPermaLink="false">8df9c524823d17fdf6e24360b5fffe88</guid>
<pubDate>Tue, 27 Oct 2026 14:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/27-10-69/แจงงบ.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong> ชี้แจงกรณีข้อถกเถียงเกี่ยวกับงบประมาณของกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ที่ใช้ในการเยียวยาชาวกรุงเทพมหานคร ว่า เป็นเพียงขั้นตอนการทำงาน ซึ่ง กทม. ได้หารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แล้ว โดยมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจมีการนำประเด็นดังกล่าวไปบิดเบือนให้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องของการปฏิบัติงานตามกรอบหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน&nbsp; โดยปกติเมื่อเกิดภัยพิบัติ กทม. ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จะเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการสถานการณ์ โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ หากสถานการณ์เกินขีดความสามารถหรือมีข้อจำกัดในการดำเนินงาน ก็สามารถประสานขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลได้ เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในส่วนที่เกินกำลังของ กทม.&nbsp; ยืนยันว่า การประสานงานระหว่างหน่วยงานไม่ใช่เงื่อนไขในการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาประชาชน โดยก่อนหน้านี้ ปภ. ได้ดำเนินการช่วยเหลือ กทม. ไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการในรอบใหม่</p>

<p><strong>นายวรศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กทม. ได้สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาท</strong> ส่งผลให้ขณะนี้ กทม. ดำเนินการด้านงบประมาณเยียวยาเบื้องต้นแล้วประมาณ 300 ล้านบาท จากวงเงินที่ต้องใช้ในภาพรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนเพิ่มเติม ย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การแบ่งกันจ่ายหรือการลงขัน แต่เป็นการปฏิบัติงานตามกรอบหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/202610277d26c1dc2f1eea56f80803550608f8c5140140.jpg' type='image/jpg' length='62399' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ขับเคลื่อนงานจราจร ลดอุบัติเหตุ เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ปิดบังใบหน้า-ไม่ซุ่มจับ-เตือนก่อนปรับ]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/551711</link>
<guid isPermaLink="false">51ed74b69f2dfead283bd4b033736c7c</guid>
<pubDate>Sat, 17 Oct 2026 16:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/17-10-69/17_10_69_13.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</strong> เปิดเผยว่า การปฏิบัติงานด้านการจราจรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป้าหมายสำคัญคือ การสร้างวินัยจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุบนถนน ตามนโยบายหลักของ ผบ.ตร. โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องไม่ปิดบังใบหน้า ไม่สวมหมวกโม่งปิดคลุมใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ห้ามเรียกตรวจแบบซุ่มจับ การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนต้องสุภาพ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เพื่อมุ่งคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง</p>

<p><strong>พร้อมกันนี้ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ</strong> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน ประกอบด้วย การตรวจสอบประวัติการขับขี่ของผู้ขับขี่ผ่านระบบ PTM (Police Ticket Management) ก่อนพิจารณาดำเนินการทุกครั้ง โดยยึดหลักการตักเตือนก่อนเปรียบเทียบปรับ หากพบการกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการปรับตามกฎหมายแบบขั้นบันไดและจะเพิ่มอัตราโทษจนถึงระดับสูงสุดหากยังฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำอีก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม</p>

<p><strong>การเตือนก่อนปรับ</strong> ไม่เจาะจงข้อหาว่าข้อหาใดต้องเตือนก่อน แต่ตำรวจจราจรใช้ดุลพินิจว่าการกระทำผิดกฎหมายจราจรนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใดหรือไม่ เช่น ขับรถฝ่าไฟแดง ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร หากขับไปชนหรือทำให้รถคันอื่นเกิดอุบัติเหตุ การแข่งรถใน หรือการเมาแล้วขับ ลักษณะนี้ก็ต้องดำเนินคดีเพราะเป็นข้อหาที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งตัวผู้ขับขี่เองและผู้อื่น</p>

<p><strong>รวมทั้งยังเน้นการนำเทคโนโลยี</strong> เช่น กล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบอัตโนมัติ มาใช้ในการตรวจจับ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน ส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบได้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/20261017def260ea9129cb0a2f3fa68d09992ac5183430.jpg' type='image/jpg' length='112013' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[IMF เปรียบทั่วโลก “ลงเรือลำเดียวกัน” ร่วมรับมือเศรษฐกิจผันผวน พร้อมชื่นชมประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอย่างไร้ที่ติ]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/551720</link>
<guid isPermaLink="false">fb5708bfbded0dedda3b0cccc36e3056</guid>
<pubDate>Sat, 17 Oct 2026 16:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/17-10-69/17_10_69_9.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นางคริสตาลินา กอร์เกียวา (</strong><strong>Kristalina Georgiana) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ</strong> (IMF) กล่าวว่า การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 2569 ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกยอมรับว่าการลงทุนในนโยบายและสถาบันที่ดี เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกให้มีเสถียรภาพและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งยังเห็นตรงกันว่าปัจจุบันสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน เงินสำรองสำหรับรองรับวิกฤตด้านพลังงานและการคลังกำลังลดลง เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก็ยิ่งซ้ำเติมภาระการชำระหนี้ของประเทศต่างๆ ซึ่งอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกยังตระหนักถึงความการพัฒนาของ AI ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายจากนี้ ต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับการบริหารจัดการความเสี่ยง บนพื้นฐานการได้รับประโยชน์จาก AI</p>

<p><strong>นางคริสตาลินาฯ ยังมองว่า</strong> การจัดแสดงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลองลำใหญ่ในพื้นที่จัดประชุม เปรียบเสมือนประเทศสมาชิกลงเรือลำเดียวกันแล้ว ซึ่งแนวทางที่จำเป็นต้องดำเนินการต่อไป คือธนาคารกลางต้องมุ่งเน้นรักษาเสถียรภาพด้านราคาอย่างใกล้ชิด กระทรวงการคลังต้องเร่งแก้ไขจุดอ่อนและลดระดับหนี้ในประเทศที่มีภาระหนี้สูง ส่วนหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานตรวจสอบต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการก่อหนี้และการใช้เงินทุนที่มีภาระผูกพันเพิ่มขึ้น พร้อมเฝ้าระวังการโจมตีทางไซเบอร์ และการฉ้อโกง</p>

<p><strong>ส่วนการนำเสนอ &ldquo;</strong><strong>Bangkok Blueprint&rdquo; ของประเทศไทย</strong> นางคริสตาลินา กล่าวว่า เป็นก้าวสำคัญของการสร้างกรอบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย พร้อมชื่นชมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของประเทศไทยที่ไร้ที่ติและได้แบ่งปันวัฒนธรรมอันงดงาม ทำให้เห็นสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศไทย นอกจากนี้ จะได้นำคำสอนอันทรงคุณค่าของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีใจความสำคัญว่า &ldquo;ประโยชน์และความสำเร็จอันดีงามมิได้เกิดขึ้นโดยลำพัง หากต้องค่อยๆ ปลูกฝัง สั่งสม และเสริมสร้างให้มั่นคงขึ้นตามลำดับ เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยเวลา ความเพียรและความต่อเนื่อง&ldquo; กลับไปเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/20261017d7e243b9bbc53ab51096746f81396c7a191110.jpg' type='image/jpg' length='78479' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภมาส” มอบกรมประชาสัมพันธ์-อสมท ขยายผลเวที IMF-World Bank สื่อสารให้ชัด “คนไทยได้อะไร”]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/551719</link>
<guid isPermaLink="false">0bd3005f1608416247c6a7e3ba156b6b</guid>
<pubDate>Sat, 17 Oct 2026 15:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/17-10-69/17_10_69_8.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมกันขยายผลการสื่อสารจากการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings โดยเน้นให้ประชาชนเข้าใจว่า ประเด็นเศรษฐกิจโลกที่กำลังหารือกันเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร และประเทศไทยจะต่อยอดโอกาสด้านการลงทุน การสร้างงานและรายได้ของประชาชนได้อย่างไร</p>

<p><strong>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า</strong> การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 ถึง 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพของไทยในรอบ 35 ปี โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดการประชุมใหญ่เต็มคณะ ถือเป็นโอกาสที่ไทยได้แสดงศักยภาพและนำเสนอทิศทางการพัฒนาประเทศต่อผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเงินจากทั่วโลก พร้อมสร้างความร่วมมือเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า&nbsp;</p>

<p><strong>สำหรับประเด็นที่ต้องนำมาขยายผลให้ประชาชนเข้าใจ</strong> ได้แก่ การดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานไทย การระดมทุนสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานสะอาด รวมถึงความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ไทยนำเสนอและหารือในช่วงการประชุม โดยให้สื่อสารเชื่อมโยงกับเรื่องใกล้ตัว เช่น ทักษะที่คนทำงานต้องเตรียมพร้อม การปรับตัวของผู้ประกอบการ SME และโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อให้ประชาชนใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอาชีพและการดำเนินธุรกิจได้&nbsp;</p>

<p><strong>นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong> ได้กำชับให้ทั้งสองหน่วยงานนำข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาจัดทำเนื้อหาที่ถูกต้อง กระชับ และเข้าใจง่าย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านข่าว บทสัมภาษณ์ อินโฟกราฟิก คลิปสั้นและรายการพิเศษ เผยแพร่ทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ รวมถึงเครือข่ายส่วนภูมิภาค เพื่อให้เข้าถึงทั้งประชาชน ผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างชาติ พร้อมนำเสนอศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย</p>

<p><strong>ทั้งนี้ ให้ติดตามความคืบหน้าของความร่วมมือ</strong>และผลที่เกิดขึ้นภายหลังการประชุมอย่างต่อเนื่อง โดยอธิบายให้ชัดเจนถึงโอกาส ประโยชน์และขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนรับรู้ความคืบหน้าและเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างนโยบายเศรษฐกิจกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต</p>

<p><strong>นางสาวศุภมาส กล่าวช่วงท้ายว่า</strong> สิ่งที่ต้องสื่อสารให้ชัดคือ คนไทยได้อะไรจากการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อย่างไร และคนทำงานควรเตรียมทักษะอะไรเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ ดิฉันจึงกำชับให้กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท ทำเรื่องเศรษฐกิจที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย ใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่นำไปใช้ประโยชน์ได้และร่วมภาคภูมิใจในศักยภาพของประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/20261017e311f823cb9b6448c12416eeadab3311190650.jpg' type='image/jpg' length='141560' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[แนวทางการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมที่ถูกวิธี ชูหลัก “ไม่รัด ไม่มัด ไม่กักขัง ไม่ทำร้าย”]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/551710</link>
<guid isPermaLink="false">7c526afcdeb1d6064690b754d369db3c</guid>
<pubDate>Sat, 17 Oct 2026 14:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/17-10-69/17_10_69_12.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า</strong> จากกรณีข่าวเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมและมีภาวะจิตเวชในขณะนี้ กรมการแพทย์ได้จัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่างสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ สมาคมโรคสมองเสื่อมแห่งประเทศไทย และชมรมจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและประสาทจิตเวชศาสตร์ไทย เพื่อกำหนดข้อแนะนำในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมที่เหมาะสมสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป&nbsp;</p>

<p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการสมองเสื่อม</strong> อาจจะไม่ใช่เพียงแค่การหลงลืม แต่อาจแสดงออกผ่านปัญหาพฤติกรรมและอาการทางจิตจากภาวะสมองเสื่อมที่สังเกตได้ตามกลุ่มอาการต่างๆ เช่น มีอาการเฉยเมยไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ อารมณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น เศร้า ร้องไห้บ่อย หรือหงุดหงิดง่าย มีอาการกระสับกระส่าย ควบคุมการกระทำได้ยาก คำพูดหรือการวางตัวเปลี่ยนไปไม่เหมาะสม รวมถึงการเห็น ได้ยิน หรือเชื่อสิ่งที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง</p>

<p><strong>แพทย์หญิงบุษกร โลหารชุน ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ</strong> กล่าวเพิ่มเติม ถึงข้อควรทำและไม่ควรทำในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อม รวมถึงแนวทางการเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม เพื่อให้ครอบครัว ผู้ดูแล และผู้ประกอบการสถานดูแลเข้าใจตรงกัน ว่า การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม หลักสำคัญคือ ความเข้าใจและความใส่ใจ โดยเริ่มต้นจากการหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ หรือความเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการก้าวร้าวหรือโวยวาย ให้ยึดหลักง่ายๆ คือ &ldquo;ตั้งสติ หยุดกิจกรรม เว้นระยะ และขอความช่วยเหลือ&rdquo; โดยไม่ควรใช้กำลัง หรือใช้วิธียื้อยุด และควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทางร่างกาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม</p>

<p><strong>สำหรับวิธีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน</strong> ให้ยึดหลักดูแลด้วยความอบอุ่น ปลอดภัย และเคารพศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ&nbsp; โดย &ldquo;ไม่รัด ไม่มัด ไม่กักขัง และไม่ทำร้าย&rdquo; หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง การดุด่า การบังคับ หรือการให้ยานอนหลับ แต่ให้เปลี่ยนมาเป็นการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย ป้องกันการพลัดหลงโดยไม่ขัง สื่อสารด้วยคำพูดสั้นๆ สุภาพ ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล และคอยรับฟังความรู้สึกเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจ พร้อมทั้งใช้ยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p>

<p><strong>หากผู้สูงอายุไม่สามารถอาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดิมได้</strong> ก่อนตัดสินใจเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุ ครอบครัวควรไปดูสถานที่จริง ตรวจสอบใบอนุญาต และแจ้งรายละเอียดสุขภาพของผู้ป่วยให้ครบถ้วน พร้อมทั้งตรวจสอบ 5 เรื่องสำคัญให้มั่นใจ ได้แก่ สถานที่ปลอดภัย สะอาด มีแสงสว่าง มีราวจับและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหมาะสม&nbsp; มีผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมเพียงพอ ทั่วถึงทั้งกลางวันและกลางคืน มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อชะลอความเสี่อม มีระบบดูแลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน มีระบบติดต่อสื่อสารและติดตามความเป็นอยู่ของผู้ป่วยสำหรับญาติและมีการจัดเตรียมอาหารและน้ำที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสมกับโรคประจำตัวและการกลืนของผู้ป่วย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและเข้าใจอย่างแท้จริง&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/2026101758edb97e1402bc7f34bf6a9e74e4c723182933.jpg' type='image/jpg' length='154360' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยโชว์ศักยภาพ ชูบทบาทผู้เชื่อมโยงที่เชื่อถือได้ พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์เศรษฐกิจรับมือความท้าทายยุคใหม่]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/551718</link>
<guid isPermaLink="false">470e8a5018d97f5f8dd18575f8055d5a</guid>
<pubDate>Sat, 17 Oct 2026 14:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/17-10-69/17_10_69_7.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong> กล่าวสรุปผลการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank) ปี 2569 ในหัวข้อ Bangkok Dialogue Notes โดยตอกย้ำความสำเร็จของประเทศไทยในการสวมบทบาทผู้นำและผู้เชื่อมโยงที่เชื่อถือได้ (Trusted Connector) เพื่อร่วมกำหนดวาระเศรษฐกิจและนำพาประชาคมโลกรับมือความท้าทายหลัก 4 ประการ ทั้งความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ภาวะพลังงานและดอกเบี้ยขาขึ้น ตลอดจนความผันผวนด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเทศไทยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงเสถียรภาพจากการรักษาวินัยการคลังจนส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 2.4 พร้อมทั้งได้นำเสนอโมเดลความสำเร็จระดับสากล ทั้งการใช้ AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และการผลักดัน &ldquo;Bangkok Blueprint&rdquo; เพื่อเป็นมาตรฐานรับมือภัยการเงินข้ามชาติ</p>

<p><strong>นอกจากนี้ การจัดงานยังประสบความสำเร็จด้านซอฟต์พาวเวอร์</strong>อย่างสูงสุดจากการที่ผู้นำโลกได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขึ้นแสดงบนเวทีเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อสานต่อผลลัพธ์ให้เป็นรูปธรรม รัฐบาลได้บูรณาการร่วมกับภาคเอกชนตั้งเป้าหมายขับเคลื่อนการเติบโตของจีดีพีให้ทะลุร้อยละ 3 ดันสัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีสู่ระดับร้อยละ 30 และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันขึ้นสู่ 20 อันดับแรกของโลก ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมเป็นประธานรัฐมนตรีคลังอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้าเพื่อขยายเครือข่ายการค้า โครงข่ายไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ตลอดจนเตรียมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องบนเวที APEC และ World Economic Forum (WEF) ต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/202610177b369961ace6d8ae4b823152d8c45f56190252.jpg' type='image/jpg' length='73604' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมอนามัย ชู 4H NEXT ยกระดับการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/551701</link>
<guid isPermaLink="false">ff0278cbfa2ed3133636df48ac23ea02</guid>
<pubDate>Sat, 17 Oct 2026 12:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/17-10-69/17_10_69_5.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า</strong> จากนโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &nbsp;พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;มอบหมายให้กรมอนามัยดูแลสุขภาพประชาชน กรมอนามัยจึงได้สานต่อนโยบาย&nbsp;4H NEXT&nbsp;โดย&nbsp;4H ประกอบด้วย&nbsp;1) Healthy Royal Initiatives&nbsp;สืบสารโครงการพระราชดำริฯ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี&nbsp;2) Healthy Promotion&nbsp;สิ่งเสริมสุขภาพประชาชน ลด NCDs สร้างการดูแลทุกช่วงวัย&nbsp;3) Healthy Environment&nbsp;อนามัยสิ่งแวดล้อมได้มาตรฐาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน และ&nbsp;4) Healthy Organization&nbsp;เสริมสร้างองค์กรเข้มแข็ง พัฒนาบุคลากร และนวัตกรรมเพื่ออนาคต</p>

<p><strong>นายแพทย์ธิติ กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;NEXT&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1) Net Zero&nbsp;สาธารณสุขคาร์บอนต่ำ&nbsp;พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;Net Zero Hospital&nbsp;ลดคาร์บอนในระบบสาธารณสุข ขยาย GREEN &amp; CLEAN Hospital สู่ Low carbon พัฒนา Carbon Credit กรมอนามัย ลดขยะต้นทาง ลดพลาสติก/โฟม ลด Food waste จัดซื้อจัดจ้างสีเขียวและการประชุมสีเขียว&nbsp;Healthy City&nbsp;เมืองสุขภาพดีคาร์บอนต่ำ ด้วยสิ่งแวดล้อมสถานที่เอื้อต่อสุขภาพดี และประชาชนรอบรู้ เช่น การเดินและปั่นจักรยาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;Climate Change&nbsp;ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบบเตือนภัยฝุ่นและความร้อนต่อสุขภาพ สำหรับกลุ่มเสี่ยง และห้องปลอดฝุ่น ในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และโรงพยาบาล&nbsp;2) Excellent Health&nbsp;คนไทยสุขภาพดีทุกช่วงวัย ด้วยมาตรฐานการส่งเสริมสุขภาพระดับสากล&nbsp;เกิดดี&nbsp;โดยเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ ลดโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ลดคลอดก่อนกำหนด และ 2,500 วันแรก&nbsp;โตดี&nbsp;เด็กสูงดีสมส่วน&nbsp;ฟันดี &nbsp;พัฒนาการสมวัย และป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น&nbsp;ทำงานดี&nbsp;ลดอ้วนลงพุงและ NCDs เพิ่มกิจกรรมทางกาย&nbsp;สูงวัยดี&nbsp;ผู้สูงอายุพึ่งพิง ฟันใช้งานได้ และป้องกันการหกล้ม&nbsp;3) X-Sector&nbsp;ร่วมการสร้างสุขภาพ&nbsp;ทุกภาคส่วน&nbsp;ท้องถิ่นมีการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขอย่างครอบคลุม&nbsp;การศึกษา&nbsp;โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กสุขภาพดี และอาหารกลางวันได้มาตรฐาน&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สถานประกอบการสุขภาพดี&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;Health Sector Non-Health Sector และ&nbsp;4)&nbsp;Technology &amp; Trust&nbsp;สร้างความรอบรู้ด้วย&nbsp;Technology&nbsp;ด้วยข้อมูลสุขภาพที่คนไทยที่เชื่อถือได้ สำหรับดูแลสุขภาพตนเอง รวมถึงข้อมูลสุขภาพรายบุคคลแ ละ Dashboard AI เฝ้าระวังความเสี่ยงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม&nbsp;Trust&nbsp;กรมอนามัยเป็นแหล่งข้อมูลสุขภาพที่ประชาชนเชื่อถือ สร้างความรอบรู้สุขภาพทุกกลุ่มวัย ด้วยสื่อที่ตรงเป้าหมาย สื่อสารความเสี่ยงในช่วงภัยสุขภาพ&nbsp;เช่น ฝุ่น ความร้อน และภัยพิบัติต่างๆ&nbsp;&nbsp;</p>

<p><strong>อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า</strong> ทั้งนี้ นโยบาย&nbsp;4H NEXT&nbsp;ยังคงเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/20261017c47d7072ea72a191734433af0c4ff579174006.jpg' type='image/jpg' length='141566' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกประเด็น ย้ำกรอบระยะเวลาเหมาะสม หวังได้ข้อมูลการอภิปรายที่มีคุณภาพ]]></title>
<link>https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/551698</link>
<guid isPermaLink="false">12cd149b5840d0bea3986aa3025defe4</guid>
<pubDate>Sat, 17 Oct 2026 11:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://pscd.prd.go.th/cms/s308/u2692/17-10-69/17_10_69_4.jpg" style="width: 100%;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> ย้ำรัฐบาลมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้าชี้แจงและตอบทุกข้อสงสัยในรัฐสภา ซึ่งถือเป็นกลไกตามปกติในระบอบประชาธิปไตยที่ช่วยสร้างความโปร่งใส&nbsp;ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ส่วนระยะเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นกรอบระยะเวลาที่สมเหตุสมผลกับข้อมูลที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปราย ยืนยัน รัฐบาลไม่ได้ร้อนตัว แต่อยากใช้เวลาไปทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในขณะนี้มีหลายพื้นที่ประสบอุทกภัย รัฐบาลต้องเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง จะปล่อยให้พี่น้องประชาชนจมปักกับความทุกข์ยากลำบากเพียงลำพังไม่ได้ ทุกวินาทีของรัฐบาลล้วนมีค่า กว่าการแสดงละครในสภาฯ เพื่อหวังคะแนนความนิยม หวังผลประโยชน์ทางการเมือง</p>

<p><strong>รัฐบาลคาดหวังข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์จากฝ่ายค้าน</strong> หากมีข้อมูลอะไรที่คิดว่าเด็ด ขอให้เปิดออกมาให้หมด และหวังให้ฝ่ายค้านใช้พื้นที่การอภิปรายให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วม ไม่ใช่หวังแค่ประโยชน์ต่อตัวนักการเมือง รัฐบาลหวังไว้สูงมากต่อการอภิปรายที่มีคุณภาพของฝ่ายค้าน และไม่อยากเห็นการอภิปราย &ldquo;โง่ ห่วย เลว&rdquo; เหมือนดังวลีเด็ดที่ฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาล</p>

<p><strong>นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า</strong> รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การทำงานด้วยความจริงใจและยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ครอบคลุม และเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ขอยืนยันว่าไม่มีระบอบสีน้ำเงิน ไม่มีการกินรวบประเทศ และไม่ใช่อาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย&nbsp;&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pscd.prd.go.th/th/file/get/file/20261017c1b18fc272dc18b6f49975e0279b5f5b163424.jpg' type='image/jpg' length='150842' />
</item>
</channel>
</rss>
